READING

NEWS UPDATE: สหรัฐฯ กังวลผลกระทบ AI ต่อเด็กและแรงง...

NEWS UPDATE: สหรัฐฯ กังวลผลกระทบ AI ต่อเด็กและแรงงาน เรียกร้องเร่งคุมบริษัทเทคโนโลยี

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาหลายคนออกมาแสดงความกังวลต่อผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กำลังขยายบทบาทอย่างรวดเร็วในสังคมอเมริกัน โดยชี้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจส่งผลรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน ตลาดแรงงาน และเสถียรภาพของประชาธิปไตย หากขาดการกำกับดูแลที่เหมาะสม

วุฒิสมาชิกเบอร์นี แซนเดอร์ส จากรัฐเวอร์มอนต์ และเคที บริตต์ จากรัฐแอละแบมา ให้สัมภาษณ์ในรายการ State of the Union ทางสถานี CNN เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้งสองเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาแล้วที่สภาคองเกรสต้องเร่งออกมาตรการควบคุมและกำหนดความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยี

แซนเดอร์สระบุว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และจะเปลี่ยนแปลงทั้งสหรัฐฯ และโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมตั้งคำถามถึงแรงจูงใจของกลุ่มมหาเศรษฐีและบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อพัฒนา AI โดยมองว่าเป้าหมายหลักอาจเป็นการเพิ่มความมั่งคั่งและอำนาจ มากกว่าการคำนึงถึงผลกระทบต่อแรงงานและประชาชนทั่วไป

นอกจากนี้ แซนเดอร์สยังแสดงความกังวลต่ออนาคตของการจ้างงาน หลังผู้นำเทคโนโลยีหลายรายออกมาระบุว่า AI อาจเข้ามาแทนที่งานของมนุษย์จำนวนมาก โดยเตือนว่า หากมนุษย์ไม่มีงานทำ ระบบเศรษฐกิจและสวัสดิการขั้นพื้นฐาน เช่น รายได้ การรักษาพยาบาล และที่อยู่อาศัย จะเผชิญความท้าทายอย่างรุนแรง ขณะที่สภาคองเกรสยังแทบไม่มีการถกเถียงอย่างจริงจังในประเด็นนี้

ด้านวุฒิสมาชิกเคที บริตต์ มุ่งเน้นความเสี่ยงของ AI ต่อเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะการเข้าถึงแชตบอตและแพลตฟอร์มที่ขาดมาตรการป้องกัน เธอระบุว่าสหรัฐฯ ยังขาดรั้วป้องกันที่เพียงพอในการคุ้มครองผู้เยาว์ และเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติเร่งดำเนินการ

บริตต์ยังชี้ว่า ครอบครัวจำนวนหนึ่งได้ออกมากล่าวหาบริษัทเทคโนโลยีว่า แชตบอต AI ที่ไม่มีการควบคุมอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้า และในบางกรณีอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายในกลุ่มเยาวชน โดยเธอเห็นว่าหากแพลตฟอร์มหรืออัลกอริทึมถูกออกแบบในลักษณะที่ส่งผลกระทบทางลบต่อเด็ก บริษัทควรต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ บริตต์ได้ร่วมเสนอร่างกฎหมาย Guidelines for User Age-verification and Responsible Dialogue Act ซึ่งเป็นกฎหมายแบบข้ามพรรค มีเป้าหมายห้ามผู้เยาว์ใช้ AI ในลักษณะเพื่อนคุยบังคับให้แชตบอตเปิดเผยว่าตนไม่ใช่มนุษย์ และเพิ่มความรับผิดทางอาญาสำหรับบริษัทที่พัฒนาแชตบอตซึ่งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับผู้เยาว์

อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการออกกฎหมายควบคุม AI ยังคงเผชิญอุปสรรคจากกฎหมายมาตรา 230 ที่คุ้มครองแพลตฟอร์มออนไลน์จากความรับผิดทางกฎหมาย รวมถึงอิทธิพลทางการเมืองของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งแซนเดอร์สมองว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การกำกับดูแล AI ในสหรัฐฯ ยังล่าช้า

กระแสความกังวลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่กำลังกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องหาทางรับมือ เพื่อปกป้องทั้งเด็ก เยาวชน และความมั่นคงของสังคมในระยะยาว

อ้างอิง
politico

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST