นอร์เวย์เตรียมออกแนวทางใหม่ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโรงเรียน โดยกำหนดให้นักเรียนระดับประถมศึกษาส่วนใหญ่ ยังไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้งาน AI ในการเรียนได้หลังรัฐบาลกังวลว่าการใช้ AI เร็วเกินไป อาจทำให้เด็กข้ามขั้นตอนสำคัญของการเรียนรู้ ขณะที่ผลการประเมินล่าสุดพบว่า เด็กนอร์เวย์ 1 ใน 4 มีทักษะการอ่านต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ที่จำเป็นต่อการเรียนต่อและการทำงาน
แนวทางดังกล่าวจะเริ่มใช้ตั้งแต่เปิดภาคเรียนเดือนสิงหาคม 2026 โดยแบ่งการใช้งาน AI ตามช่วงวัย เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-7 จะยังไม่ได้ใช้ AI เป็นหลัก ส่วนระดับมัธยมต้นจะเริ่มใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้การดูแลของครูที่ผ่านการอบรม ขณะที่นักเรียนมัธยมปลายจะได้เรียนรู้การใช้ AI อย่างเหมาะสม เพื่อเตรียมตัวสำหรับการศึกษาต่อและการทำงานในอนาคต
รัฐบาลนอร์เวย์ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการศึกษาในช่วงวัยเด็กคือการสร้างพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน และการคำนวณ แม้ AI จะเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ แต่ผลการศึกษาหลายชิ้นชี้ว่าการใช้ Generative AI โดยขาดการกำกับ อาจทำให้เด็กพลาดกระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็น ขณะเดียวกันผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนนอร์เวย์ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากการประเมินระดับนานาชาติอย่าง PISA และ PIRLS ยังสะท้อนว่าทักษะพื้นฐานของเด็กนอร์เวย์กำลังถดถอย นอกจากเด็ก 1 ใน 4 จะอ่านหนังสือไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำแล้ว ยังมีเด็กประมาณ 15,000 คนที่จบระดับประถมโดยยังอ่านไม่คล่อง และมีชาวนอร์เวย์ราว 500,000 คนจากประชากรทั้งประเทศ 5.6 ล้านคน ที่อ่านข้อความสั้น ๆ หรือคำสั่งง่าย ๆ ไม่ได้ นอกจากนี้ คะแนนด้านความสุขในการอ่านของเด็กนอร์เวย์ยังรั้งอันดับท้ายของ 65 ประเทศ และคะแนนการอ่านยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี
อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้รัฐบาลตัดสินใจออกแนวทางครั้งนี้ มาจากบทเรียนในอดีต เมื่อปี 2016 นอร์เวย์เคยแจก iPad หรืออุปกรณ์ดิจิทัลให้เด็กตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยไม่มีระบบควบคุมการใช้งานสำหรับผู้ปกครอง หลังผ่านไปเกือบสิบปี เด็กรุ่นดังกล่าวกลับเป็นกลุ่มที่มีปัญหาด้านการอ่าน จนรัฐบาลต้องกลับมาทบทวนนโยบายด้านเทคโนโลยีในโรงเรียนครั้งใหญ่
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลย้ำว่าไม่ได้ปิดกั้น AI ทั้งหมด เด็กที่มีความจำเป็นเฉพาะ เช่น ผู้ที่ต้องการการสนับสนุนด้านการเรียนรู้ ยังสามารถใช้เครื่องมือที่มี AI ได้ และมองว่า AI หากนำมาใช้อย่างเหมาะสม ก็สามารถช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ได้ในบางกรณี เช่น การเรียนภาษา หรือการปรับการสอนให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคน
แม้หลายฝ่ายจะเห็นด้วยกับการมีแนวทางระดับชาติที่ชัดเจน แต่ก็ยังมีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลดำเนินการช้าเกินไป ขณะที่บางส่วนมองว่าการห้ามนักเรียนประถมทุกคนใช้ AI อาจเป็นมาตรการที่เข้มงวดเกินความจำเป็น และยังควรมีการถกเถียงกันต่อว่าเด็กควรเริ่มเรียนรู้การใช้ AI ตั้งแต่ช่วงวัยใด
นโยบายจำกัดการใช้ AI ในโรงเรียนยังเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางใหญ่ที่นอร์เวย์กำลังลดการพึ่งพาหน้าจอ โดยก่อนหน้านี้ประเทศได้สั่งแบนสมาร์ตโฟนในโรงเรียน และเตรียมจำกัดการใช้สื่อสังคมออนไลน์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี พร้อมผลักดันให้โรงเรียนกลับมาใช้หนังสือและสื่อการเรียนการสอนแบบกายภาพมากขึ้น เพื่อฟื้นฟูทักษะการอ่านของเด็กในระยะยาว

COMMENTS ARE OFF THIS POST