READING

NEWS UPDATE: หมอเตือน อีสุกอีใสไม่ใช่แค่โรคที่เด็ก...

NEWS UPDATE: หมอเตือน อีสุกอีใสไม่ใช่แค่โรคที่เด็กต้องเป็นสักครั้ง พ่อแม่อย่าชะล่าใจ เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

หลายครอบครัวอาจคุ้นกับความเชื่อว่า โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่เด็กส่วนใหญ่มักต้องเคยเป็นสักครั้ง และแค่พักผ่อนอยู่บ้านไม่กี่วันก็หาย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อเตือนว่า ความเข้าใจนี้อาจทำให้พ่อแม่มองข้ามความเสี่ยง เพราะอีสุกอีใสไม่ได้จบแค่มีผื่นขึ้นตามตัว แต่อาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและกลุ่มเสี่ยง

ข้อมูลนี้ถูกหยิบยกขึ้นในการประชุมวิชาการเพื่อปรับปรุงคำแนะนำของ องค์การอนามัยโลก ที่จัดขึ้นใน นครโฮจิมินห์ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ทารก เด็กที่มีโรคประจำตัว หรือเด็กที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะหากติดเชื้อ อาจมีอาการหนักกว่าที่คิด

นายแพทย์โด เทียน ไห่ ระบุว่า ปัญหาสำคัญคือผู้ปกครองจำนวนมากยังมองว่าอีสุกอีใสเป็นโรคทั่วไปของเด็ก จึงไม่ได้รีบพาไปตรวจหรือให้หยุดเรียนตั้งแต่เริ่มมีอาการ ส่งผลให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในโรงเรียนหรือห้องเรียนที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก

แพทย์ยกตัวอย่างกรณีเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่ถูกส่งไปโรงเรียนทั้งที่เริ่มมีผื่นแดงขึ้นตามตัวเพียงเล็กน้อย เพราะครอบครัวคิดว่าไม่น่าร้ายแรง แต่เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น เด็กหลายคนในห้องเริ่มมีไข้สูงและมีตุ่มพุพอง จนต้องหยุดเรียนพร้อมกัน

อีกกรณีหนึ่งคือทารกอายุกว่าสองเดือนที่ติดเชื้อจากคนในบ้าน ก่อนอาการลุกลามเป็นปอดอักเสบรุนแรงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง และต้องเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิดเป็นเวลานาน

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากเด็กมีอาการไข้ ร่วมกับผื่นหรือตุ่มพุพองตามร่างกาย อย่าคิดว่าเป็นเพียงผื่นธรรมดา โดยเฉพาะในช่วงที่เด็กไปโรงเรียนหรืออยู่ใกล้คนจำนวนมาก เพราะอีสุกอีใสเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายมากผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสใกล้ชิด

หลังรับเชื้อประมาณ 10–20 วัน เด็กอาจเริ่มมีอาการคล้ายหวัด เช่น ไข้ อ่อนเพลีย น้ำมูกไหล ก่อนมีผื่นแดงและกลายเป็นตุ่มน้ำใสทั่วตัว แม้ส่วนใหญ่จะหายได้ใน 7–10 วัน แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ติดเชื้อที่ผิวหนัง ปอดอักเสบ ภาวะหายใจล้มเหลว ไปจนถึงสมองอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถแฝงตัวอยู่ในร่างกาย และกลับมาแสดงอาการในภายหลังในรูปของ โรคงูสวัด ได้อีกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดยังคงเป็นการฉีดวัคซีน ซึ่งช่วยลดโอกาสติดเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการ และลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง

เพราะแม้อีสุกอีใสจะเป็นโรคที่หลายคนคุ้นชื่อ แต่ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยเสมอไป หากลูกเริ่มมีไข้และมีผื่นผิดปกติ การพาไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ และให้หยุดพักอยู่บ้าน อาจช่วยลดทั้งความรุนแรงของโรคและการแพร่เชื้อไปสู่เด็กคนอื่นได้

อ้างอิง
vietnam.vn

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

RELATED POST

COMMENTS ARE OFF THIS POST