Centers for Disease Control and Prevention ร่วมกับ American Academy of Pediatrics ปรับเกณฑ์พัฒนาการเด็กครั้งใหญ่ในรอบเกือบ 20 ปี ภายใต้โปรแกรม Learn the Signs Act Early โดยเปลี่ยนแนวทางจากเดิมที่อ้างอิงว่าเด็กประมาณครึ่งหนึ่งสามารถทำได้ มาเป็นเด็กส่วนใหญ่ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ควรทำได้ในช่วงอายุนั้น เพื่อช่วยลดความกังวลของผู้ปกครอง และทำให้การคัดกรองเด็กที่อาจมีความล่าช้าชัดเจนมากขึ้น
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการถอดการคลานออกจากรายการพัฒนาการตามวัย เนื่องจากพบว่าเด็กไม่ได้ทุกคนที่ต้องคลานก่อนเดิน บางคนสามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปยืนหรือเดินได้เลย และยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนแสดงความกังวลว่าการปรับเกณฑ์ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น อาจทำให้เกิดแนวโน้มรอดูไปก่อน และทำให้เด็กที่ควรได้รับการช่วยเหลือถูกมองข้าม
นอกจากนี้ แนวทางใหม่ยังมีการเพิ่มรายการตรวจสอบในช่วงอายุ 15 และ 30 เดือน เพิ่มพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม และปรับช่วงอายุของทักษะบางอย่าง เช่น การเดินจากเดิมประมาณ 12 เดือน เป็น 18 เดือน และการพูดจาก 12 เดือน เป็น 15 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลพัฒนาการเด็กมากขึ้น
ด้าน Jenny Radesky ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก ระบุว่า พัฒนาการตามวัยเป็นเพียงเครื่องมือช่วยประเมิน ไม่ใช่ตัวชี้วัดทั้งหมดของเด็ก โดยสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับลูก ความสุข และการเติบโตในภาพรวม
การปรับเกณฑ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เด็กแต่ละคนสามารถเติบโตในจังหวะของตัวเองได้ และการที่เด็กไม่ทำบางอย่างตามเกณฑ์ ไม่ได้หมายความว่าผิดปกติเสมอไป แต่หากผู้ปกครองมีความกังวล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม

COMMENTS ARE OFF THIS POST