เด็กกว่า 1,000 คนในอินโดนีเซียป่วยหลังรับประทานอาหารกลางวันฟรีในสัปดาห์นี้ ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ ถือเป็นเหตุการณ์อาหารเป็นพิษครั้งใหญ่ล่าสุดที่เชื่อมโยงกับโครงการอาหารกลางวันเพื่อสุขภาพ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีปราโบโว ซูบิอันโต
ยูยุน ซาริโฮติมา ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพชุมชนซิปงกอร์ จังหวัดชวาตะวันตก เปิดเผยกับบีบีซีอินโดนีเซียว่า จำนวนผู้ป่วยจากอาหารเป็นพิษระหว่างวันจันทร์ถึงพุธมีมากถึง 1,258 ราย
ก่อนหน้านี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีนักเรียน 800 คนในจังหวัดชวาตะวันตกและสุลาเวสีตอนกลางป่วยด้วยอาการเดียวกัน
โครงการอาหารฟรีเพื่อเด็กนักเรียน 80 ล้านคนทั่วประเทศถือเป็นนโยบายหลักของประธานาธิบดีปราโบโว แต่เหตุการณ์อาหารเป็นพิษหลายครั้งที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้องค์กรพัฒนาเอกชนหลายแห่งออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลระงับโครงการชั่วคราวเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย
ผู้ป่วยจากมีอาการปวดท้อง เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และบางรายมีอาการหายใจติดขัด ซึ่งไม่ใช่อาการทั่วไปของอาหารเป็นพิษ
ในหลายกรณีก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากการเตรียมอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยมื้ออาหารในสัปดาห์นี้มีเมนูไก่ซีอิ๊ว เต้าหู้ทอด ผัก และผลไม้ แต่ในอดีตเคยมีกรณีพบซอสหมดอายุ
ดาดัน ฮินดายานา หัวหน้าสำนักงานโภชนาการแห่งชาติอินโดนีเซีย (BGN) ระบุว่า เหตุอาหารเป็นพิษในซิปงกอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกิดจากข้อผิดพลาดทางเทคนิคของหน่วยบริการโภชนาการ (SPPG) ซึ่งขณะนี้ถูกสั่งพักงานแล้ว
ข้อมูลจาก BGN ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึง 22 กันยายนปีนี้ มีผู้ป่วยจากโครงการอาหารกลางวันฟรีแล้ว 4,711 ราย โดยส่วนใหญ่เกิดบนเกาะชวา ขณะที่เครือข่ายตรวจสอบการศึกษาอินโดนีเซีย (JPPI) รายงานว่าตัวเลขจริงสูงกว่านั้น โดยนับได้ถึง 6,452 รายภายในวันที่ 21 กันยายน

COMMENTS ARE OFF THIS POST