สื่ออิสราเอล The Jerusalem Post รายงานสถานการณ์ด้านสุขภาพจิตที่น่ากังวล หลังผ่านพ้นสองปีของความขัดแย้งและความไม่แน่นอนในประเทศ โดยพบว่าหนึ่งในห้าของสายโทรศัพท์ที่ติดต่อขอความช่วยเหลือด้านอารมณ์ มาจากเด็กและวัยรุ่น
ข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยโดยองค์กร ERAN ซึ่งให้บริการสายด่วนช่วยเหลือด้านอารมณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง มีสายโทรศัพท์ขอรับความช่วยเหลือรวมกว่า 650,000 สาย ในจำนวนนี้ราว 135,000 สายเป็นเด็กและเยาวชน สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางจิตใจที่ส่งผลต่อคนรุ่นเล็กอย่างมีนัยสำคัญ
ดร. Shiri Daniels ผู้อำนวยการระดับประเทศของ ERAN เปิดเผยว่า เด็กใน Israel เติบโตท่ามกลางความไม่มั่นคงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากสถานการณ์ความรุนแรง การอพยพย้ายถิ่นชั่วคราว สมาชิกในครอบครัวที่ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการทหาร รวมถึงผลกระทบสะสมจากช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งจำกัดการใช้ชีวิตทางสังคมของเด็กในช่วงสำคัญของพัฒนาการ
เธออธิบายว่า เด็กบางคนแสดงความเครียดออกมาอย่างชัดเจนผ่านพฤติกรรมก้าวร้าว วิตกกังวล หรือมีปัญหาการเรียน ขณะที่บางคนเก็บความทุกข์ไว้ภายในโดยไม่แสดงออก แต่ส่งผลต่อสมาธิ การนอนหลับ และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
ERAN เน้นย้ำถึงบทบาทของครอบครัว โดยเฉพาะผู้ปกครอง ในการเป็นแหล่งความมั่นคงทางอารมณ์ให้กับลูก แม้ในช่วงเวลาที่ผู้ใหญ่เองก็เผชิญความเครียดเช่นเดียวกัน การเปิดพื้นที่ให้เด็กได้พูดถึงความกลัว ความกังวล และรับฟังโดยไม่ตัดสิน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันทางจิตใจ
องค์กรยังระบุว่า การขอความช่วยเหลือไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่เป็นก้าวสำคัญของการดูแลสุขภาพจิต โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่สังคมเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผลกระทบของความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเสียหายทางกายภาพ แต่ยังลึกซึ้งถึงระดับจิตใจ โดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชนซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเปราะบางของการเติบโต

COMMENTS ARE OFF THIS POST