Kidsdoor องค์กรไม่แสวงหากำไร เผยผลสำรวจสถานการณ์ครอบครัวที่มีลูกในญี่ปุ่น พบว่าเกือบทั้งหมดของครอบครัวที่อยู่ในภาวะเปราะบางยังคงเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด 19 ท่ามกลางค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การสำรวจดังกล่าวจัดทำในรูปแบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 10 พฤศจิกายน โดยสอบถามครัวเรือนจำนวน 4,474 ครัวเรือนที่ลงทะเบียนรับความช่วยเหลือจากโครงการของ Kidsdoor และมีผู้ตอบแบบสอบถามที่สมบูรณ์ 1,924 ครัวเรือน หรือคิดเป็นราว 40 เปอร์เซ็นต์ ของทั้งหมด
ผลการสำรวจพบว่า เมื่อถามถึงการเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องหลังยุคโควิด 74.9 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าเป็นความจริงอย่างยิ่ง และอีก 23.5 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าเป็นความจริง รวมแล้วคิดเป็น 98.4 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของครอบครัวอย่างชัดเจน โดย 77.9 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าไม่สามารถเก็บออมเงินได้ 75.2 เปอร์เซ็นต์ ชี้ว่าคุณค่าทางโภชนาการของผู้ปกครองลดลงจากการลดจำนวนมื้ออาหาร และ 74.3 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าต้องประหยัดการใช้ไฟฟ้าและก๊าซ
ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าประสบความยากลำบากทางการเงินในการจัดเตรียมเค้กคริสต์มาสหรือเงินโอชิดามะ ซึ่งเป็นเงินที่ผู้ใหญ่มอบให้เด็กในช่วงปีใหม่ตามธรรมเนียมของญี่ปุ่น
ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้ตอบแบบสอบถามสะท้อนภาพความตึงเครียดทางการเงินอย่างชัดเจน บางครอบครัวระบุว่าจำเป็นต้องลดจำนวนครั้งในการอาบน้ำ และตั้งอุณหภูมิเครื่องทำความร้อนไม่เกิน 18 องศาเซลเซียสเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ขณะที่บางรายเลือกปฏิเสธการขึ้นเงินเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตัดเงินช่วยเหลือด้านการเลี้ยงดูบุตร
ยูมิโกะ วาตานาเบะ ผู้อำนวยการ Kidsdoor เรียกร้องให้รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นขยายความช่วยเหลือให้ครอบครัวที่ขาดแคลน ทั้งในรูปแบบเงินสดและมาตรการสนับสนุนอื่นๆ โดยระบุว่าหลายครอบครัวยังขาดแคลนเงินสำหรับอาหารและสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน

COMMENTS ARE OFF THIS POST