แคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน รวมถึงมีบทบาทต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และการเจริญเติบโตของเด็ก หากได้รับไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อพัฒนาการและสุขภาพในหลายด้าน
ข้อมูลจากโรงพยาบาลเด็กแห่งที่ 2 ระบุว่า เด็กที่มีภาวะขาดแคลเซียมอาจมีอาการหรือความผิดปกติบางอย่าง เช่น คลานช้าหรือเดินช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน รวมถึงมีปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว เช่น ขาโก่ง หรือเข่าชนกัน
นอกจากนี้ เด็กบางคนอาจปวดเมื่อยแขนขาบ่อย เป็นตะคริวได้ง่าย หรือเหนื่อยเร็วกว่าปกติขณะวิ่งเล่นหรือทำกิจกรรม
ปัญหาการนอนก็เป็นอีกสิ่งที่ผู้ปกครองควรสังเกต ไม่ว่าจะเป็นนอนหลับยาก นอนหลับไม่สนิท สะดุ้งตื่นบ่อย หรือตื่นกลางดึก รวมถึงมีเหงื่อออกมากผิดปกติขณะนอน โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ หน้าผาก และท้ายทอย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการขาดแคลเซียมร่วมกับการขาดวิตามินดี
ด้านสุขภาพช่องปาก เด็กอาจมีฟันขึ้นช้ากว่าปกติ ฟันไม่แข็งแรง หรือฟันผุง่าย ขณะที่เด็กเล็กที่กระหม่อมปิดช้าหลังอายุ 18 เดือน ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แพทย์จะใช้ประกอบการประเมิน
อาการอื่นๆ ที่อาจพบร่วมได้ ได้แก่ ร้องไห้ง่ายผิดปกติ อาเจียนบ่อย สมาธิลดลง หรือพัฒนาการบางด้านช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเด็กขาดแคลเซียมเสมอไป เพราะอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า หากผู้ปกครองสังเกตเห็นความผิดปกติหลายอย่างร่วมกัน ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมให้เด็กรับประทานเอง เนื่องจากการได้รับแคลเซียมมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
ทางที่ดีที่สุดคือพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินภาวะโภชนาการและหาสาเหตุของอาการ พร้อมรับคำแนะนำเรื่องการเสริมแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ควรให้เด็กได้รับอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเพียงพอ เพื่อช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตและเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

COMMENTS ARE OFF THIS POST