สำหรับหลายครอบครัว การที่คุณพ่อออกไปทำงาน ส่วนคุณแม่รับหน้าที่ดูแลลูก อาจยังเป็นภาพที่คุ้นตา แต่ในสิงคโปร์แนวคิดนี้กำลังเปลี่ยนไป เมื่อมีคุณพ่อจำนวนมากขึ้นตัดสินใจออกจากงานประจำเพื่อมารับบทผู้ดูแลลูกอย่างเต็มตัว
ข้อมูลจากรายงานกำลังแรงงานประจำปีของกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ ระบุว่า จำนวนพ่อบ้านฟูลไทม์ หรือคุณพ่อที่ออกจากงานมาเลี้ยงลูก เพิ่มขึ้นจากประมาณ 1,900 คนในปี 2022 เป็น 3,000 คนในปี 2025
แม้ตัวเลขนี้ยังน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนคุณแม่ที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกเต็มเวลา แต่ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนของคุณพ่อเพิ่มจาก 3.5% ในปี 2022 เป็น 7.4% ในปี 2025 ขณะที่จำนวนคุณแม่ที่เป็นผู้ดูแลลูกเต็มเวลากลับลดลงในช่วงเดียวกัน
นอกจากกลุ่มที่ลาออกจากงานประจำแล้ว ยังมีคุณพ่ออีกจำนวนไม่น้อยที่เลือกทำงานพาร์ตไทม์ งานอิสระ หรือทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อให้สามารถจัดเวลาอยู่กับครอบครัวได้มากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทรนด์นี้เพิ่มขึ้น คือรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นหลังยุคโควิด-19 รวมถึงหลายครอบครัวเริ่มตัดสินใจจากความเหมาะสมจริงๆ เช่น ใครมีรายได้มากกว่า หรือใครสามารถลดบทบาทการทำงานลงได้โดยกระทบอนาคตน้อยกว่า
ที่น่าสนใจคือ งานวิจัยในสิงคโปร์ยังพบว่า เด็กที่คุณพ่อมีส่วนร่วมในการดูแลมากขึ้น มีแนวโน้มมีปัญหาทางพฤติกรรมน้อยลง และมีผลการเรียนดีขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่คุณพ่อหยุดงานมาช่วยดูแลลูกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การเป็นพ่อบ้านฟูลไทม์ยังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณพ่อหลายคนต้องเผชิญทั้งแรงกดดันจากที่ทำงานและอคติทางสังคม บางคนถูกมองว่าไม่ทำหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัว หรือถูกตั้งคำถามถึงบทบาทของความเป็นผู้ชาย
แม้จะมีความท้าทาย แต่หลายครอบครัวในสิงคโปร์กำลังสะท้อนให้เห็นว่า บทบาทพ่อแม่อาจไม่จำเป็นต้องยึดตามกรอบเดิมเสมอไป เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าใครเป็นคนออกไปทำงาน หรือใครอยู่บ้าน แต่คือการเลือกรูปแบบที่เหมาะกับครอบครัวของตัวเองมากที่สุด

COMMENTS ARE OFF THIS POST