ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานมจากพืชได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งนมอัลมอนด์ นมข้าวโอ๊ต และนมถั่วเหลือง จนหลายครอบครัวเลือกดื่มแทนนมวัวด้วยเหตุผลด้านสุขภาพหรือความชอบส่วนตัว แต่ล่าสุด กรมอนามัยออกมาให้ข้อมูลว่า แม้นมพืชจะมีประโยชน์ในหลายด้าน แต่สำหรับเด็กวัยกำลังเจริญเติบโต นมพืชอาจยังไม่เหมาะที่จะใช้เป็นแหล่งสารอาหารหลัก
ข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่า นมโคยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงและแคลเซียมที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ดี โดยเมื่อเปรียบเทียบนม 1 แก้ว ขนาด 200 มิลลิลิตร พบว่านมวัวมีโปรตีน 6.6 กรัม และแคลเซียม 244 มิลลิกรัม ขณะที่นมพืชหลายชนิดมีโปรตีนต่ำกว่าอย่างชัดเจน เช่น นมอัลมอนด์มีโปรตีนเพียง 1.2 กรัม และนมข้าวโอ๊ตมีโปรตีน 2 กรัมต่อแก้ว
แม้นมข้าวโอ๊ตสูตรเสริมแคลเซียมจะมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่านมวัว แต่กรมอนามัยอธิบายว่า นมจากพืชบางชนิดมีสารไฟเตต (Phytate) ซึ่งอาจขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม ทำให้ร่างกายนำแคลเซียมไปใช้ได้ไม่เต็มที่เหมือนที่เห็นจากตัวเลขบนฉลาก
กรมอนามัยจึงแนะนำว่า เด็กวัยกำลังเจริญเติบโตไม่ควรใช้นมพืชเป็นนมหลัก เพราะอาจได้รับพลังงาน โปรตีน และกรดอะมิโนจำเป็นน้อยกว่านมจากสัตว์ หากจำเป็นต้องดื่มนมพืชเป็นประจำ ควรได้รับสารอาหารจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น ไข่ ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ และผักใบเขียว เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจอนามัยโพล ปี 2569 จากประชาชน 1,999 คน ยังพบว่าคนไทยดื่มนมเป็นประจำมากขึ้น โดย 30.17% ดื่มนมทุกวัน และ 24.01% ดื่มวันละ 2 แก้ว เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจเมื่อปี 2567 อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ คนไทยส่วนใหญ่ยังเลือกดื่มนมจืดมากที่สุดถึง 73.54% และเหตุผลหลักที่ดื่มนมคือคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ
กรมอนามัยยังคงแนะนำให้คนไทยดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว ควบคู่กับการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก และช่วยดูแลสุขภาพกระดูกและฟันของคนทุกวัย

COMMENTS ARE OFF THIS POST