คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยสังเกตว่า เวลาลูกอ่านหนังสือหรือท่องคำศัพท์ออกเสียงดังๆ มักจะจำได้ดีกว่าการอ่านเงียบๆ ในใจ และล่าสุดมีงานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นที่อาจช่วยอธิบายเหตุผลเบื้องหลังเรื่องนี้ได้
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยการแพทย์เฮียวโงะ ประเทศญี่ปุ่น เผยผลการศึกษาที่ชี้ว่าจังหวะการหายใจอาจมีความเกี่ยวข้องกับการจดจำและการดึงข้อมูลออกมาใช้ของสมอง
ในการทดลอง นักวิจัยติดตามรูปแบบการหายใจของอาสาสมัคร 30 คน พร้อมให้ดูภาพสัตว์และพืชจำนวน 40 ภาพ จากนั้นจึงนำภาพเดิมและภาพใหม่มาปะปนกัน แล้วให้ผู้เข้าร่วมระบุว่าภาพใดเคยเห็นมาก่อน
ผลการศึกษาพบว่า จังหวะการหายใจมีความสัมพันธ์กับความเร็วในการตอบคำถาม ผู้เข้าร่วมที่จดจำข้อมูลในช่วงเริ่มหายใจเข้า สามารถเรียกคืนข้อมูลได้เร็วกว่าในบางช่วงของการหายใจ และการตอบสนองที่รวดเร็วที่สุดเกิดขึ้นในช่วงที่กำลังหายใจออก
แม้งานวิจัยนี้จะยังไม่พบความแตกต่างอย่างชัดเจนในเรื่องความถูกต้องของคำตอบ แต่ผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการหายใจอาจมีส่วนช่วยให้สมองเข้าถึงข้อมูลที่เก็บไว้ได้รวดเร็วขึ้น
นักวิจัยจึงมองว่า การอ่านออกเสียงซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปล่งเสียงและการหายใจออกอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การท่องจำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และอาจอธิบายได้ว่าทำไมการท่องคำศัพท์หรือบทเรียนออกเสียงจึงยังเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ใช้ได้ผลสำหรับหลายคน
แม้จะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์อีกมาก แต่ผลการวิจัยครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจว่า บางครั้งเทคนิคการเรียนรู้ที่เราใช้กันมานาน อาจมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับมากกว่าที่คิด

COMMENTS ARE OFF THIS POST