READING

NEWS UPDATE: งานวิจัยเผย อารมณ์ของครูส่งผลต่อผลการ...

NEWS UPDATE: งานวิจัยเผย อารมณ์ของครูส่งผลต่อผลการเรียน ความมั่นใจ และแรงจูงใจของเด็กได้

หลายคนอาจมองว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กเรียนดี คือหลักสูตร วิธีการสอน หรือความตั้งใจของนักเรียน แต่ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่าอารมณ์ของครู ก็เป็นอีกปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กเช่นกัน

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Journal of Educational Psychology และสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association) พบว่า ครูที่มีความสุขและสนุกกับการสอน มักสอนมีประสิทธิภาพมากกว่า ส่งผลให้นักเรียนมีความมั่นใจในตัวเอง สนใจการเรียนมากขึ้น และทำผลการเรียนได้ดีกว่า ขณะที่ครูที่มีความโกรธหรือหงุดหงิดบ่อย มีแนวโน้มจัดการเรียนการสอนได้ด้อยลง และสัมพันธ์กับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนที่ลดลง

การศึกษาครั้งนี้วิเคราะห์ข้อมูลจากครูคณิตศาสตร์ 679 คน และนักเรียนกว่า 17,500 คน ใน 8 ประเทศ ได้แก่ ชิลี จีน โคลอมเบีย เยอรมนี ญี่ปุ่น เม็กซิโก สเปน และสหราชอาณาจักร โดยนักเรียนทุกคนเรียนบทเรียนคณิตศาสตร์เดียวกัน เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลระหว่างประเทศได้อย่างเป็นธรรม

นักวิจัยให้ครูประเมินระดับความสุขและความโกรธของตนเอง ขณะที่นักเรียนเป็นผู้ประเมินคุณภาพการสอนของครู พร้อมทั้งรายงานระดับความมั่นใจ ความสนใจในการเรียน และทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

ผลการศึกษาพบว่า ครูที่รายงานว่ามีความสุขกับการสอนมากกว่า มักบริหารจัดการห้องเรียนได้ดี สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน และใช้วิธีสอนที่กระตุ้นให้เด็กคิดวิเคราะห์มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้มีความเชื่อมโยงกับความมั่นใจ ความสนใจในการเรียน และคะแนนสอบของนักเรียนที่สูงกว่า

ในทางกลับกัน ครูที่มีความโกรธหรือหงุดหงิดมากกว่า มีแนวโน้มได้คะแนนด้านคุณภาพการสอนต่ำลงในทุกด้าน และสัมพันธ์กับผลลัพธ์การเรียนของนักเรียนที่ไม่ดีเท่ากลุ่มแรก

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้งานวิจัยจะครอบคลุมประเทศที่มีวัฒนธรรม ภาษา และระบบการศึกษาที่แตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์กลับเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าอารมณ์ของครูมีความเชื่อมโยงกับคุณภาพการสอนและการเรียนรู้ของเด็กในหลายบริบททั่วโลก

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังพบข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ห้องเรียนที่ครูมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักเรียนมากกว่า บางครั้งกลับพบว่านักเรียนมีผลการเรียนต่ำกว่า โดยอธิบายว่า อาจเป็นเพราะครูต้องให้การดูแลและสนับสนุนทางอารมณ์กับนักเรียนที่กำลังมีปัญหาด้านการเรียนเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ที่ดีทำให้ผลการเรียนแย่ลง

นักวิจัยระบุว่า ผลการศึกษานี้สะท้อนว่าอารมณ์ของครูไม่ใช่เพียงผลลัพธ์จากการทำงาน แต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโดยตรง จึงเสนอว่าโรงเรียนและผู้กำหนดนโยบายควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะทางอารมณ์ของครู ลดความเครียดในการทำงาน และสนับสนุนเครื่องมือที่ช่วยให้ครูสามารถจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น

ผู้วิจัยอธิบายว่า หากครูตกอยู่ในภาวะโกรธหรือเครียด อาจจัดการชั้นเรียนได้ยาก ส่งผลให้เด็กเรียนได้ไม่ดี และยิ่งทำให้ครูรู้สึกกดดันมากขึ้น กลายเป็นวงจรเชิงลบ ในทางกลับกัน หากครูมีความสุข การสอนที่มีคุณภาพจะช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จ ซึ่งก็จะยิ่งสร้างกำลังใจและความภูมิใจให้ครู เกิดเป็นวงจรเชิงบวกที่ส่งผลดีต่อทั้งครูและนักเรียน

อ้างอิง
apa.org

Supinya R.

เป็นคุณแม่จำเป็นที่หลงรักความไร้เดียงสาของเด็กๆ รักสัตว์ ชอบดอกไม้ และเชื่อว่าความอ่อนโยนคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

COMMENTS ARE OFF THIS POST