ผลการศึกษาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ พบความเชื่อมโยงระหว่างรูปแบบการเลี้ยงดูแบบปกป้องลูกมากเกินไป (Helicopter Parenting) หรือการดูแลลูกใกล้ชิด ควบคุม และช่วยเหลือมากเกินความจำเป็น กับปัญหาสุขภาพช่องปากของเด็ก โดยเฉพาะความเสี่ยงฟันผุและพฤติกรรมไม่ให้ความร่วมมือระหว่างการรักษาทางทันตกรรม
งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาผู้ปกครองและเด็กเล็กในประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยนักวิจัยต้องการสำรวจว่ารูปแบบการเลี้ยงดูส่งผลต่อพฤติกรรมสุขภาพช่องปากของเด็กหรือไม่ เนื่องจากในช่วงวัยเด็กเล็กอย่างการดูแลฟัน การเลือกอาหาร และการพาไปพบทันตแพทย์ ล้วนขึ้นอยู่กับผู้ปกครองเป็นหลัก
ผลการศึกษาพบว่า เด็กที่เติบโตในครอบครัวที่มีแนวโน้มปกป้องมากเกินไป มักมีความเสี่ยงฟันผุสูงกว่าเด็กกลุ่มอื่น นักวิจัยอธิบายว่า อาจเกิดจากการที่เด็กไม่ได้รับโอกาสฝึกวินัยดูแลตัวเอง เช่น การแปรงฟันสม่ำเสมอ การจำกัดขนมหวาน หรือการสร้างกิจวัตรประจำวัน เพราะผู้ปกครองมักเข้ามาจัดการแทนทั้งหมด
นอกจากนี้ เด็กในกลุ่มดังกล่าวยังมีแนวโน้มไม่ให้ความร่วมมือเมื่อทำฟันมากกว่า เช่น กลัว เครียด ร้องไห้ หรือปฏิเสธการตรวจรักษา ซึ่งผู้วิจัยมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับการที่เด็กไม่คุ้นเคยกับการเผชิญสถานการณ์ใหม่ด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า การดูแลลูกอย่างใกล้ชิดไม่ใช่เรื่องผิด และความรักของพ่อแม่ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของฟันผุ แต่ความสมดุลคือหัวใจสำคัญ หากปกป้องมากเกินไปจนเด็กไม่ได้ฝึกความรับผิดชอบ ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพด้านอื่นได้เช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มสร้างสุขนิสัยที่ดีได้ตั้งแต่เล็ก เช่น ให้ลูกมีส่วนร่วมแปรงฟันเองตามวัย ช่วยเลือกอาหารที่ดีต่อฟัน ลดของหวานก่อนนอน และพาไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับลูก

COMMENTS ARE OFF THIS POST