ปัจจุบันโลกของเรารายรอบไปด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนามาเพื่อความสะดวกสบายและเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน แต่ในอีกด้าน การมีอยู่ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงหรือสูญเสียวิถีชีวิตที่เคยมีมาก่อน
หนังสือก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ค่อยๆ ถูกทดแทนด้วยสมาร์ตโฟนหรือแท็บเลตที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา จนดูเหมือนเด็กรุ่นใหม่เริ่มเติบโตมากับการอ่านสิ่งต่างๆ ผ่านหน้าจอ แทนที่จะได้หยิบจับหรือสัมผัสหนังสือเป็นเล่มจริงๆ
โดยงานวิจัยของ the National Literacy ทำให้ทราบว่าในปี 2019 ที่ผ่านมา มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเพียง 26% เท่านั้นที่มีเวลาอ่านหนังสือในแต่ละวัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เคยมีการบันทึกข้อมูลที่ผ่านมา
ดอนนา เฟอร์กูสัน (Donna Ferguson)—นักข่าวสาวจากสำนักข่าว The Guardian เป็นคุณแม่ของฟลอร่า (Flora) ลูกสาววัย 8 ปี ที่มักจะมีคนเห็นเธอนั่งอ่านหนังสืออย่างใจจดใจจ่อตามสถานที่ต่างๆ และพากันพูดเป็นเสียงกันว่า เป็นภาพที่พบเจอได้ยากในยุคสมัยที่เรามักจะเห็นเด็กๆ ก้มหน้าก้มตาอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือมากกว่า
ฟลอร่าเป็นเด็กที่รู้สึกสนุกกับการอ่านหนังสือ เธออ่านหนังสือทุกวัน บางคืนแม้จะปิดไฟนอนแล้วเธอก็จะยังคงใช้ไฟฉายส่องเพื่ออ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งตอนออกไปร้านอาหารและสวนสาธารณะ ฟลอร่าก็จะพกหนังสือติดตัวไปอ่านด้วยตลอดเวลา
ดอนนาจึงเขียนบทความเพื่อแนะนำเทคนิคว่าเธอทำอย่างไรให้ลูกเป็นเด็กที่หลงรักการอ่านเช่นนี้
1. ผลัดกันอ่านให้ฟัง
สิ่งสำคัญอันดับแรกคือพ่อแม่ต้องทำให้การอ่านเป็นเรื่องที่สนุก มีความสุข ไม่ตึงเครียดหรือถูกบังคับ โดยดอนนามักจะผลัดกันอ่านหนังสือกับลูกอยู่เสมอ แม้บางครั้งเธอจะใช้วิธีโหลดหนังสือเสียงมาเปิด แต่ก็เธอก็จะร่วมฟังไปพร้อมกับลูกเสมอ
2. ไม่ว่าลูกจะอ่านอะไร ก็ควรส่งเสริมการอ่านนั้น
การปล่อยให้ลูกได้อ่านในสิ่งที่อยากอ่านก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากพ่อแม่พยายามบังคับให้ลูกอ่านแต่หนังสือที่ตัวเองต้องการ ย่อมทำให้ลูกรู้สึกเบื่อ ไม่อยากอ่าน และพยายามต่อต้านได้
วิธีที่ดีคือปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจหรือเลือกอ่านในสิ่งที่ชอบไม่ว่าหนังสือนั้นจะเป็นการ์ตูน นิยาย นิทาน หรืออะไรก็ตาม เมื่อลูกรู้สึกมีอิสระที่จะอ่าน เขาก็จะรู้สึกผูกพันและมีความสุขกับการอ่านมากขึ้น
3. พาไปห้องสมุดหรือร้านหนังสือ
พ่อแม่ควรพาลูกไปห้องสมุดหรือร้านหนังสือเมื่อมีเวลา การให้ลูกได้เห็นหนังสือที่หลากหลาย ได้เลือกหยิบดูหนังสือที่ถูกใจขึ้นมาอ่าน จะยิ่งทำให้ลูกได้ซึมซับและเพลิดเพลินกับโลกของการอ่านได้มากขึ้น
4. จัดสรรเวลาที่ว่างให้ลูกได้อ่านหนังสือ
ในหนึ่งวันของเด็กๆ ย่อมมีเวลาที่ว่าง ไม่ว่าจะหลังเลิกเรียน หลังจากการทำกิจกรรม หรือระหว่างรอทำอะไรสักอย่าง สามารถใช้ช่วงเวลาเหล่านั้นเชิญชวนให้ลูกอ่านหนังสือเป็นการฆ่าเวลาได้
5. พกหนังสือไปด้วยทุกที่
การพกหนังสือไปด้วยทุกที่จะทำให้ลูกสามารถหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านได้ตลอดเวลา เมื่อลูกรู้สึกเบื่อ ไม่มีเพื่อน หรือไม่รู้จะทำอะไร เขาจะเริ่มนึกถึงหนังสือที่พกติดตัวมา และรู้สึกว่าหนังสือสามารถเป็นเพื่อนที่ทำให้เขาเพลิดเพลินได้ในเวลาที่ต้องการ
คุณพ่อคุณแม่สามารถลองนำวิธีการของดอนนา เฟอร์กูสันมาปรับใช้กับเจ้าตัวน้อยที่บ้านดูได้นะคะ เพราะการอ่านมีประโยชน์มากกว่าที่คิด ดังนั้นเราลองมาช่วยกันปลูกฝังให้เด็กๆ ยุคนี้เติบโตขึ้นไปพร้อมนิสัยรักการอ่านกันดีกว่า
COMMENTS ARE OFF THIS POST