READING

how to เสริมสร้างความเข้มแข็งในจิตใจให้กับลูก (Res...

how to เสริมสร้างความเข้มแข็งในจิตใจให้กับลูก (Resilience Skill)

“เจ็บนิดเดียว เดี๋ยวก็หาย” ประโยคที่ผู้ใหญ่ชอบใช้ปลอบใจเด็ก

resilience skill หมายถึงความสามารถในการฟื้นตัว เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีความกดดันและยากลำบาก โดยที่ยังสามารถกลับมาเป็นคนที่มีความมั่นใจ มองโลกในแง่ดี และมีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตอย่างเข้มแข็งต่อไปได้

การเป็นคนที่มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์และมีความเข้มแข็งภายใจจิตใจจึงมีความสำคัญต่อการเติบโต โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ยังขาดประสบการณ์ในชีวิต เขาจำเป็นต้องใช้ทักษะนี้ในการรับมือกับปัญหาเป็นเหมือนสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต และถ้าเด็กๆ มี resilience skill หรือความเข้มแข็งภายในจิตใจแล้วก็จะไม่จมจ่อมและเสียเวลาอยู่กับความเครียดหรือวิตกกังวลเพราะปัญหาต่างๆ มากเกินไป

เห็นข้อดีของ resilience skill ดังนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่คงจะเริ่มอยากรู้ว่า แล้วเราจะสอนหรือเสริมสร้างให้ลูกมีทักษะดังกล่าวได้อย่างไร เรามีคำตอบค่ะ

1. สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

ResilienceSkill_web_1

สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการเป็นแค่สถานที่ที่ไม่อันตราย แต่หมายถึงสภาพแวดล้อมที่คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยให้กับลูก ทำให้ลูกมั่นใจว่า ไม่ว่าเขาจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่จะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยให้เขาเสมอ

การสร้างความรู้สึกนั้นทำได้โดยการที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้บ้านเป็นพื้นที่ที่ลูกได้เป็นตัวของตัวเอง และให้อิสระในการแสดงความคิดเห็น เพราะการสภาพแวดล้อมเช่นนี้จะทำให้ลูกมองเห็นคุณค่าของตัวเอง ซึ่งจะช่วยพัฒนาความเข้มแข็งในจิตใจของลูกได้ต่อไป

2. ไม่เข้มงวดหรือกดดันลูกมากเกินไป

ResilienceSkill_web_2

ถ้าคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยความเข้มงวดหรือกดดันมากเกินไป ก็มีส่วนทำให้ลูกเกิดความเครียด และลูกอาจจะไม่สามารถมือกับความเครียดของตัวเองได้ เมื่อเกิดความเครียดหรือภาวะกดดันมากเกินไป จะทำลูกมีจิตใจที่อ่อนแอ ไม่พร้อมรับความผิดหวังหรือไม่สามารถเยียวยาตัวเองให้ฟื้นจากความผิดหวังได้โดยง่าย

ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกมีทักษะในการฟื้นตัวจากความผิดหวังหรือมีจิตใจที่เข้มแข็ง ควรเลี้ยงดูลูกด้วยความยืดหยุ่น ไม่กดดันหรือเข้มงวดมากเกินไปนั่นเอง

3. สอนให้ลูกรู้จักการคิดวิเคราะห์

ResilienceSkill_web_3

การสอนให้ลูกรู้จักใช้เหตุผลในการคิดวิเคราะห์ จะทำให้ลูกไม่กลัวปัญหา และสามารถคิดหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ทำให้ลูกรู้จักจัดการกับความเครียดในชีวิตตัวเองได้

วิธีการฝึกก็คือ คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องรีบยื่นมือเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกทุกอย่าง แต่ควรให้เวลาลูกได้ลองคิดและวิเคราะห์ว่าจะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยช่วยหรือให้กำลังใจอยู่ข้างๆ การฝึกให้ลูกรู้จักคิดวิธีแก้ปัญหาจะช่วยให้ลูกมีทักษะในการรับมือและหาทางจัดการกับความเครียดของตัวเองได้ในอนาคต

4. คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดี

ResilienceSkill_web_4

คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีของการเป็นคนที่มีสติและไม่โวยวายหรือฟูมฟายเมื่อมีปัญหา ไม่แสดงอารมณ์ด้านลบต่อหน้าลูก หรือหมกมุ่นอยู่กับความเครียดของตัวเองจนส่งผลกระทบมาถึงลูก

หากลูกว่าคุณพ่อคุณแม่ใช้สติในการรับมือกับปัญหาและสามารถเยียวยาจิดใจและอารมณ์ของตัวเองได้ ลูกก็จะเรียนรู้วิธีการและพฤติกรรมเหล่านั้นมาปรับใช้ในสถานการณ์ของตัวเองได้เช่นกัน

อ้างอิง
weforum
apa.org
theguardian
new.smartteen

COMMENTS ARE OFF THIS POST