READING

Toxic Thinking: 5 ความคิดร้าย ที่พ่อแม่ไม่ควรส่งต่...

Toxic Thinking: 5 ความคิดร้าย ที่พ่อแม่ไม่ควรส่งต่อให้ลูกรัก

toxic thinking

Toxic Thinking หมายถึง รูปแบบความคิดที่เป็นพิษ เพราะเต็มไปด้วยอารมณ์ด้านลบ หลักๆ 3 อารมณ์ ได้แก่ ความกลัว ความโกรธ และความรู้สึกผิด ซึ่งไม่ใช่แค่มีผลต่อความรู้สึกตัวเองเท่านั้น แต่คนที่มีรูปแบบความคิดที่เป็นพิษนั้น มักจะแพร่มวลความทุกข์และความไม่สบายใจให้คนรอบข้าง

นอกจากนั้น นักจิตวิทยายังพบว่า พ่อแม่ที่มีความคิดในลักษณะ Toxic Thinking ก็มักจะส่งต่อและปลูกฝังรูปแบบความคิดของตัวเองให้กับลูก โดยไม่รู้ตัว ทำให้ลูกซึมซับความคิดและทัศนคติด้านลบ มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ส่งผลให้ลูกอาจมีพฤติกรรมและอารมณ์รุนแรงกว่าเด็กทั่วไปได้

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตว่าตัวเองเข้าข่ายการเป็นพ่อแม่ที่มีความคิดเป็นพิษและกำลังส่งต่อความคิดแบบนั้นให้กับลูกหรือไม่ ด้วยการทบทวนตัวเอง หากพบว่าคุณพ่อคุณแม่มีแนวคิดบางอย่างตรงกับ 5 ความคิดที่เป็นพิษก็จะได้รู้ทันตัวเอง ลองหาวิธีปรับเปลี่ยน และเลือกที่จะไม่ส่งต่อความคิดร้ายๆ เหล่านี้ให้ลูกรักกันนะคะ

1. “ชีวิตคนอื่นดีกว่าชีวิตของฉัน…”

ToxicThinking_1

นี่คือความคิดพื้นฐานและจุดเริ่มต้นของคนที่มีความคิดแบบเป็นพิษ แม้วิธีคิดเช่นนี้จะไม่ได้ทำร้ายใคร แต่ก็เป็นความคิดที่สามารถบั่นทอนสุขภาพจิต ไม่มีความสุข และไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในชีวิตเหมือนคนอื่นๆ

ความคิดนี้ส่งผลต่อวิธีการเลี้ยงลูกโดยตรง เพราะคุณพ่อคุณแม่มักจะพูดแต่เรื่องไม่ดีในชีวิตให้ลูกฟัง และไม่ค่อยสนับสนุนให้ลูกกล้าทำตามความฝันหรือทำสิ่งใหม่ๆ ทำให้ลูกขาดแรงบันดาลใจและต้นแบบในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตามไปด้วย

2. “ฉันจะมีความสุขได้ต่อเมื่อทำสิ่งนี้สำเร็จ…”

ToxicThinking_2

Dr. Ariane Machin นักจิตวิทยา ประจำมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การกำหนดวิธีการมีความสุขในชีวิต ถือเป็นแนวคิดแบบเป็นพิษ อย่างหนึ่ง เพราะจะทำให้เจ้าของความคิดต้องจมอยู่กับความทุกข์ จนกว่าจะประสบความสำเร็จบางอย่าง ทั้งที่จริงแล้วคนเราสามารถมีความสุขกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันได้

ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบกำหนดเงื่อนไขให้ตัวเองความสุขได้เมื่อประสบความสำเร็จเท่านั้น มักจะกดดันให้ลูกต้องทำตามเป้าหมายให้ได้เท่านั้น จึงจะได้รับสิ่งดีๆ และมีความสุข เช่น ตั้งเป้าหมายให้ลูกสอบได้ที่ 1 หากลูกทำไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็จะแสดงอารมณ์เชิงลบ ประชดแดกดัน ไม่พอใจ หรือเปรียบเทียบลูกกับเพื่อนคนอื่น ทำให้ลูกเกิดความเครียด จนกลายเป็นเด็กที่ไม่สามารถสนุกและมีความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในวัยของตัวเองไปเลยก็ได้

3. “คนอื่นต้องมองว่าฉันเป็นคนไม่ดีแน่ๆ …”

ToxicThinking_3

อีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณพ่อคุณแม่อาจกำลังมีวิธีคิดแบบเป็นพิษ คือการคิดว่าคนอื่นกำลังจับตามองพฤติกรรมของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้ไม่กล้าเป็นตัวของตัวเอง ไม่กล้าทำในสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุข เพราะกลัวการตัดสินจากคนอื่น

ความคิดนี้จะส่งผลคุณพ่อคุณแม่คอยตีกรอบให้ลูกทำแต่สิ่งที่พ่อแม่คิดว่าดี หรือพยายามทำให้คนอื่นพอใจ จนไม่สนใจความสุขและความต้องการที่แท้จริงของลูก ทำให้ลูกมีนิสัยและวิธีคิดร้ายๆ ติดตัวไป เช่น การเป็นคนชอบตัดสินคนอื่น และไม่ยอมรับในความแตกต่างของผู้อื่น

4. “ความคิดฉันถูกต้องเสมอ…”

ToxicThinking_4

หากคุณพ่อคุณแม่มีแนวคิดว่าตัวเองต้องถูกเสมอ หรือรู้สึกยินดีเป็นพิเศษที่ทุกคนยอมรับความคิดเห็นของตัวเอง แต่รู้สึกไม่พอใจทุกครั้งที่มีคนไม่เห็นด้วย จนเกิดเป็นความทุกข์ และลดทอนคุณค่าในตัวเอง

คุณพ่อคุณแม่ก็มักสอนลูกให้ยึดความคิดของคุณพ่อคุณแม่เป็นหลัก ไม่เปิดโอกาสให้ลูกแสดงความคิดเห็น หรือคัดค้านความคิดที่แตกต่างของลูก ทำให้ลูกสูญเสียความมั่นใจและซึมซับวิธีคิดของคุณพ่อคุณแม่ติดตัวไปจนโต

5. “ถ้าวันนั้นฉันตัดสินใจทำอีกแบบ ก็คงจะดีกว่านี้…”

ToxicThinking_5

หากคุณพ่อคุณแม่มักจะมีช่วงความคิดหนึ่งที่นึกถึงความผิดพลาดในอดีต และคิดว่าสิ่งนั้น ส่งผลทำให้ชีวิตในปัจจุบันไม่ดี และไม่มีความสุขอย่างที่เป็นอยู่ ก็มักจะคอยสอนลูกว่า ‘อย่าทำอะไรผิดพลาด’ และปลูกฝังให้ลูกกลัวความผิดพลาดล้มเหลวมากเกินไป

แม้จะเป็นการสอนที่มาจากความหวังดี อยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แต่วิธีคิดเช่นนี้จะทำให้ลูกเป็นเด็กที่ไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ วิตกกังวล หวาดกลัว และอาจรุนแรงถึงขึ้นนำไปสู่อาการแพนิก (Panic disorder) ได้

อ้างอิง
The Standard
Bustle
Empowered Mind

PITTAYARAT CH.

พิทยารัตน์ ชูพล: เด็กผู้หญิงผู้รับบทบาทลูกสาวคนเล็ก ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักเเละความใส่ใจจากคุณแม่ จนมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งจะมอบความรักอันยิ่งใหญ่แบบนี้ให้ใครสักคนบ้าง

COMMENTS ARE OFF THIS POST