READING

การอ่านเสียงดังฟังชัดให้ลูกฟัง จะช่วยให้ลูกเชื่อฟั...

การอ่านเสียงดังฟังชัดให้ลูกฟัง จะช่วยให้ลูกเชื่อฟังและเป็นเด็กสมาธิดี

เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านความสัมพันธ์และการสื่อสารโต้ตอบ การอ่านหนังสือให้ฟังจึงช่วยพัฒนาสมองลูกได้ไม่ต่างจากการพูดคุย และไม่ใช่แค่ทำให้ทักษะภาษาดีขึ้น เช่น การอ่านออกเขียนได้ แต่ยังส่งผลดีต่อพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ของเด็กอีกด้วย

 

มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า เมื่อพ่อแม่ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับลูก เช่น การอ่านหนังสือ จะช่วยลดพฤติกรรมก้าวร้าว ดื้อ ซน และไม่เชื่อฟังของเด็ก และเพิ่มสมาธิ ทำให้อยู่นิ่งได้มากขึ้น

 

ซึ่งการอ่านออกเสียงให้ลูกฟังมีประโยชน์ดังต่อไปนี้

1. ช่วยกระชับความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก

read_book_1

ช่วง 2-3 ปีแรกถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมองลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่เริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟังได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นนิทานอย่างเดียวเท่านั้น คุณแม่จะอ่านป้าย นิตยสาร ใบปลิว หรือโฆษณาให้ลูกฟังก็ได้ เพราะประโยชน์แท้จริงของมันคือให้ลูกคุ้นเคยเสียงคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์

และการอ่านหนังสือให้ลูกฟังหลังคลอด ยังเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และสร้างความทรงจำดีๆ ให้ลูกอีกด้วย

2. พัฒนาทักษะภาษา เช่น การอ่านออกเขียนได้

read_book_2

เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า การอ่านออกเสียงให้ลูกฟังทำให้ทักษะภาษาของลูกพัฒนา ถึงแม้เด็กยังไม่สามารถโต้ตอบกับเรื่องราวได้ทันที แต่ยิ่งร่างกายถูกกระตุ้นมากเท่าไร สมองก็ยิ่งพัฒนาเร็วขึ้นเท่านั้น และลูกยังจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ดังนี้

– รู้ชื่อหนังสือ วิธีการรักษาและถนอมหนังสือ

– เข้าใจวิธีอ่าน เช่น อ่านจากบนลงล่าง อ่านจากซ้ายไปขวา

– เรียงลำดับเรื่องราวของหนังสือที่อ่านได้

– จดจำเสียงและตัวอักษร

– เรียนรู้คำศัพท์ ไวยากรณ์ และวิธีการสื่อสารหลากหลาย

– พัฒนาทักษะการฟัง หูแยกเสียงได้ดี

3. พัฒนาทักษะอารมณ์และสังคม

read_book_3

ดร. อลัน เมนเดลซอห์น—รองศาสตราจารย์กุมารเวชศาสตร์จากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University School of Medicine) กล่าวหลังจากศึกษาครอบครัวกลุ่มตัวอย่าง 675 ครอบครัว ที่มีเด็กแรกเกิดจนถึง 5 ขวบว่า “เราเพิ่งค้นพบว่าการอ่านออกเสียงดังฟังชัดให้ลูกฟังและเล่นกับเขา จะช่วยพัฒนาทักษะการเข้าสังคมให้ลูกด้วย”

เพราะการอ่านออกเสียงและเล่นด้วยการให้เด็กใช้จินตนาการ เป็นเหมือนการจำลองการเข้าสังคม จำลองอารมณ์ความรู้สึกตามตัวละครในเรื่องหรือบทบาทสมมติ ซึ่งดร. อลันคิดว่าจะช่วยให้เด็กรู้จักเลือกใช้คำพูด เพื่ออธิบายความรู้สึกหรือสิ่งต่างๆ ได้ และทำให้รู้จักคิดและควบคุมพฤติกรรมตัวเองเมื่อโกรธ เศร้า หรือไม่พอใจ ทำให้ลูกเข้าใจตัวเองและคนอื่นมากขึ้น

นอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กมีสมาธิ เป็นผู้ฟังที่ดี และรับมือกับอารมณ์ความรู้สึก เช่น เครียดและวิตกกังวลได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งหนังสือยังพาเด็กๆ ไปยังสถานที่และช่วงเวลาแปลกใหม่ ซึ่งช่วยเสริมจินตนาการและขยายขอบเขตโลกของเขาให้กว้างขึ้น

 

ได้ประโยชน์เยอะขนาดนี้แล้ว มาดูเทคนิคการเลือกหนังสือดีๆ ให้ลูก และเคล็ดลับการอ่านที่สนุกทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยกันเลย

เทคนิคการเลือกหนังสือให้ลูกน้อย

read_book_4

– หนังสือภาพรูปภาพใหญ่ๆ สีสันสดใส ลายเส้นให้ความรู้สึกสนุกสนาน จะช่วยเรียกความสนใจ ทำให้ลูกน้อยเรียนรู้ง่ายขึ้น

– หนังสือที่ชื่อและเนื้อหาเป็นคำคล้องจอง โคลงกลอน บทเพลงให้ร้องตามหรือออกท่าทางประกอบได้ เพื่อให้ลูกน้อยร้อง เล่น เต้นตามได้

– เด็กบางคนอาจอยู่กับหนังสือได้แป๊บเดียว ลองแทรกกิจกรรมอื่นเข้าไป หรือถ้าลูกยังเด็กมาก ยังไม่เข้าใจว่าหนังสือต้องเปิดอ่าน หรือเอาหนังสือมาเล่น ก็ไม่เป็นไร… แค่ให้เขาลองจับและสัมผัสสร้างความคุ้นเคยกับหนังสือก่อน

– เมื่อลูกเริ่มหยิบจับสิ่งของได้ ให้ลองหาหนังสือพื้นผิวแปลกๆ เพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัส แต่ว่าขอบหนังสือต้องมน ใช้วัสดุขาดยาก ไม่มีเหลี่ยมคม และใช้สีปลอดภัย เพื่อไม่ให้อันตรายกับลูกน้อย

เคล็ดลับการอ่านหนังสือให้ลูกสนุกและได้ประโยชน์

read_book_5

– อ่านหนังสือให้ลูกฟังในอ้อมกอดของคุณพ่อคุณแม่ ลูกจะได้รู้สึกปลอดภัย และควรออกท่าทาง แสดงสีหน้าและอารมณ์ให้เข้ากับเนื้อเรื่อง ใช้โทนเสียงสูงต่ำต่างกันในแต่ละตัวละคร

– ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกตัวอักษร คุณสามารถหยุดและตั้งคำถามให้ลูกตอบบ้าง เช่น มีลูกหมูกี่ตัว หรือหนูน้อยใส่หมวกสีอะไร เป็นต้น แม้ว่าลูกอาจยังตอบไม่ได้ แต่การสื่อสารจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการได้

– ร้องเพลงประกอบ ทำเสียงสัตว์ เสียงเครื่องยนต์ เสียงสิ่งของประกอบเรื่องราวและตัวละคร เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าการอ่านและการฟังสนุกสนาน น่าติดตาม

– เด็กๆ มักเรียนรู้จากการทำซ้ำ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าอ่านนิทานเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ลูกจะเบื่อไหม… และอย่าลืมร้องเพลงประกอบหรือทำเสียงตัวละครไปด้วย หรืออาจลองทดสอบความจำลูกด้วยการอ่านข้ามตอนสำคัญไป เพราะถ้าลูกจำได้ว่าฉากไหนหายไป เขาจะทักทันที

– เมื่อลูกโตขึ้น ลองให้เขาสัมผัสหนังสือหรือถือเล่นเอง แต่ควรเลือกหนังสือที่ปลอดภัยกับเด็ก แบบที่เอาไปกัดหรืออมได้ เพื่อให้เขาคุ้นเคยกับมัน และได้สัมผัสหนังสือด้วยวิธีการของตัวเอง


สาวยุค 90's ลูกครึ่งจีนฮ่องกง feat. เชียงใหม่ ที่พูดฮ่องกงไม่ได้ อู้กำเมืองบ่จ้าง ติดนิยาย รักการจดบันทึกและการกินเหนือทุกสิ่งอย่าง มีลูกสาวเป็นหมาอ้วนสีเหลืองอ่อน

RELATED POST