หนึ่งในปัญหาสุขภาพของลูกน้อยที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เสมอก็คือปัญหาที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย เดี๋ยวลูกท้องเสีย เดี๋ยวลูกท้องผูก
โดยเฉพาะปัญหา ลูกท้องผูก ที่มักพบในช่วงวัยก่อนเข้าเรียน หรือวัยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการฝึกให้ลูกเลิกผ้าอ้อม ก็มีผลต่อระบบขับถ่าย และเป็นเหตุให้ ลูกท้องผูก ได้เช่นกัน
แต่ทุกความกังวลใจเรื่องการขับถ่ายของลูกจะไม่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หนักใจมากเกินไป หากคุณพ่อคุณแม่ทำเข้าใจเกี่ยวกับการขับถ่ายของลูกมากขึ้น
1. ขับถ่ายอุจจาระแบบนี้เรียกว่า ‘ปกติ’

เด็กวัยก่อนเข้าเรียนจนถึงวัยอนุบาล อาจถ่ายอุจจาระวันเว้นวัน หรือ 2–3 วัน / ครั้ง เป็นเรื่องธรรมดา แต่หากลูกยังร่าเริง แข็งแรง วิ่งเล่นได้ กินอาหารตามปกติ และคุณพ่อคุณแม่สังเกตแล้วว่าอุจจาระของลูกไม่แข็งเป็นก้อนใหญ่ มีสีโทนเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน ลูกยังขับถ่ายได้ด้วยสีหน้าท่าทางปกติ ไม่ต้องพยายามเบ่ง และไม่มีมูกเลือดปน ถ้าเป็นเช่นนี้ ให้ถือว่าลูกยังมีระบบขับถ่ายเป็นปกติดีค่ะ
2. อาการแบบนี้ลูกท้องผูกชัวร์

ส่วนวิธีสังเกตอาการท้องผูกของลูก อาจเริ่มจากข้อมูลตามที่สถาบันโรคเบาหวานและโรคทางเดินอาหารและไตแห่งชาติ ของประเทศสหรัฐอเมริกา (NIDDK) ระบุว่า อาการท้องผูกของเด็ก กำหนดด้วยจำนวนครั้งของการขับถ่าย หากเด็กถ่ายอุจจาระน้อยกว่าสองครั้งต่อสัปดาห์ ร่วมกับอาการปวดท้อง ท้องอืด ปวดบิด พยายามเบ่ง แต่ออกยาก อุจจาระแห้งแข็ง ก้อนใหญ่ หรือเป็นเม็ดคล้ายก้อนกรวดเล็กๆ
ตรงกันข้าม หากอุจจาระมีความเหนียวมากจนทำให้ลูกเบ่งไม่ค่อยออกหลายครั้ง ก็จะทำให้ลูกกลัวการเบ่ง ส่งผลให้ลูกพยายามกลั้นอุจจาระ ทำให้มีโอกาสเกิดท้องผูกเรื้อรังได้ในขณะที่เด็กบางคนอาจจะมีเลือดปนมากับอุจจาระ ซึ่งอาจจะเกิดจากเบ่งอุจจาระจนเกิดการเสียดสีและระคายเคืองบริเวณทวารหนัก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถล้างและทำความสะอาดให้ลูก แล้วทาวาสลีนเพื่อให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังบริเวณนั้น
3. นวดท้องและปรับท่านั่งชักโครก ช่วยให้ลูกขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

เมื่อเริ่มสังเกตุว่าลูกเริ่มมีอาการถ่ายยาก อาจยังไม่ถึงขั้นท้องผูก คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถช่วยลูกได้ด้วย วิธีดังนี้
#นวดท้องกระตุ้นลำไส้ ด้วยการให้ลูกนอนชันเข่า ใช้มือทั้งสองข้างวางซ้อนกันบนท้องเหนือสะดือของลูก นวดหมุนตามเข็มนาฬิกาประมาณ 10-20 ครั้ง วิธีนี้นอกจากจะทำให้ลูกรู้สึกสบายท้องแล้ว ยังช่วยให้ลูกขับถ่ายได้ง่ายขึ้น และจะเห็นผลได้ดี หากคุณพ่อคุณแม่นวดท้องให้ลูกในตอนเช้า
#เปลี่ยนท่านั่งชักโครก การถ่ายอุจจาระยากอาจเกิดจากท่านั่งชักโครกที่ผิด โดยเฉพาะการนั่งห้อยขา แนะนำให้วางเก้าอี้เล็กๆ สำหรับวางเท้าของลูก เพื่อให้ลูกสามารถนั่งโดยให้ลำตัวและต้นขา สามารถงอทำมุม 35 องศาได้ หรือลองเปลี่ยนให้ลูกนั่งยอง ซึ่งเป็นท่าที่ช่วยให้เบ่งได้ง่ายเพราะหัวเข่าที่อยู่สูงกว่าสะโพก จะช่วยกดให้ลำไส้ใหญ่ขับของเสียออกมาได้ดีขึ้น
4. ปรับอาหาร เพิ่มน้ำ และวิ่งเล่น สามสิ่งพิชิตท้องผูก

#เพิ่มผักผลไม้ คำแนะนำของ Christine Wassdorp Hurtado รองศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์ที่ University of Colorado School of Medicine and Practices แนะนำวิธีบรรเทาอาการท้องผูกในเด็กว่า ให้ปรับที่อาหาร ควรกินผักผลไม้อย่างน้อย 5 ส่วนต่อวัน พร้อมเพิ่มอาหารใยอาหารสูง 5 กรัม ตามอายุของลูก เช่น เด็ก 5 ขวบ ให้บวก 5 เท่ากับว่า ลูกต้องการใยอาหาร 10 กรัมต่อวัน (จากปริมาณที่แนะนำสูงสุด 25 กรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่)
#ดื่มน้ำให้เพียงพอ เมื่อเติมใยอาหารแล้วอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอด้วย เพราะใยอาหารเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ท้องผูกกว่าเดิมได้
#น้ำลูกพรุนช่วยได้ American Academy of Pediatrics แนะนำว่า เมื่อลูกท้องผูกหรือถ่ายยาก สามารถกระตุ้นการทำงานของลำไส้ด้วยการดื่มน้ำลูกพรุนผสมน้ำต้มสุก สัดส่วน 2:2 ออนซ์ ต่อวัน
#วิ่งเล่นขยับลำไส้ มีงานวิจัยในปี 2018 ระบุว่า เด็กที่วิ่งเล่นออกกำลังกายเป็นประจำ มีโอกาสที่จะเกิดอาการท้องผูกน้อยกว่าเด็กที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย
แต่หากทำทุกทางแล้ว ลูกก็ยังคงท้องผูก แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกไปพบคุณหมอ โดยคุณหมออาจจะให้ยาระบายอ่อนๆ หรือยาเหน็บทวารจำพวกกลีเซอร์ลีน แต่ทั้งนี้ คุณหมอจะไม่แนะนำให้ใช้ยาอย่างต่อเนื่องเพราะจะทำให้ลูกเคยชินกับการใช้ยาช่วย ไม่รู้จักเบ่งอุจจาระด้วยตัวเอง ทำให้มีโอกาสกลับไปท้องผูกซ้ำได้มากขึ้น
COMMENTS ARE OFF THIS POST