READING

วิธีรับมือ ลูกป่วยบ่อย เมื่อไปโรงเรียน...

วิธีรับมือ ลูกป่วยบ่อย เมื่อไปโรงเรียน

ลูกป่วยบ่อย

เปิดเทอมได้ไม่เท่าไร คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเริ่มสังเกตได้ว่า ลูกป่วยบ่อย กว่าตอนที่ปิดเทอมอยู่บ้านเป็นไหนๆ บางครั้งก็ไอ จาม มีน้ำมูก บางทีก็เป็นไข้เล็กน้อย แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเหตุให้ลูกต้องหยุดเรียนเป็นระยะๆ  แต่การที่ลูกป่วยบ่อยด้วยอาการเหล่านี้ ถือว่าไม่ได้เป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรง หรือส่งผลต่อสุขภาพของเด็กในระยะยาว

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกป่วยบ่อยนั้น ทางด้าน Michael Lee, M.D. กุมารแพทย์แห่ง Children’s Health℠ และรองศาสตราจารย์ของ UT Southwestern อธิบายว่า เมื่อเด็กจำนวนมากมารวมตัวกันในพื้นที่ที่จำกัดเป็นเวลาหลายชั่วโมง นอกจากเด็กๆ จะแบ่งปันความสนุกกันแล้ว เด็กๆ ยังแบ่งปันเชื้อโรคซึ่งกันและกันด้วย เพราะเชื้อโรคเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดอยู่ที่โต๊ะนักเรียน ลูกบิดประตู และของเล่นต่างๆ ที่เด็กๆ สัมผัสร่วมกันนั่นเอง

ภาวะ ลูกป่วยบ่อย มีชื่อเรียก

การที่ลูกป่วยบ่อยเมื่อเริ่มเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองชาวสหรัฐส่วนใหญ่จะเรียกอาการเหล่านี้ด้วยชื่อเฉพาะว่า back-to-school plague หรือโรคระบาดหลังเลิกเรียน ไม่ว่าจะเป็นโรคหวัด ไอ ปวดท้อง ท้องเสีย ตาแดง (เยื่อบุตาอักเสบ) ซึ่งเป็นไวรัสที่พบบ่อยที่สุดที่แพร่กระจายในโรงเรียน

นอกจากนี้เด็กๆ ยังสามารถแพร่การติดเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อที่ผิวหนัง และโรคคออักเสบได้ นั่นทำให้เด็กเล็กส่วนใหญ่มีโอกาสที่จะป่วยได้หลายครั้งในรอบหนึ่งปี

Nipunie S. Rajapakse ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในเด็กที่ศูนย์เด็ก Mayo Clinic ในเมืองโรเชสเตอร์ รัฐมินนิโซตา ระบุว่า ปกติแล้วเด็กวัยเรียนส่วนใหญ่ มีโอกาสเป็นหวัดได้มากถึง 12 ครั้งต่อปี อาจมีน้ำมูกได้นานถึง 14 วัน หรือมีอาการไอ ที่บางครั้งกินเวลานานถึง 6 สัปดาห์ นั่นหมายความว่าลูกสามารถป่วยบ่อยได้เกือบตลอดทั้งปี และยังคงมีระบบภูมิคุ้มกันตามปกติ

กุมารแพทย์ใน Mercer Island วอชิงตัน Dr. Danette S. Glassy อธิบายเพิ่มเติมว่า ลูกป่วยบ่อย อาจยังไม่ใช่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นกังวลมากเกินไป สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนสุขอนามัยในชีวิตประจำให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก เพราะเด็กเล็กๆ ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องสุขอนามัยที่ดี เด็กๆ จะจามออกมาทันทีโดยไม่ได้ปิดปาก เพื่อป้องกันน้ำลายที่จะกระเด็นออกไป และใช้มืออย่างไม่ระวัง อย่างการเอานิ้วเข้าปาก หยิบของเล่นเข้าปาก ป้ายน้ำมูกไหลด้วยหลังมือ และเช็ดเข้าไปที่กางเกงของตัวเอง ซึ่งไม่ใช้เรื่องใหญ่ ทุกอย่างล้วนเรียนรู้ใหม่ได้เสมอ

แม้ว่าทุกวันยังไม่มีสูตรลับใดในการป้องกันไม่ให้ ลูกป่วยบ่อย แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมความพร้อมรับมือ เพื่อป้องกันโรคติดต่อในเด็กเล็ก เมื่อกลับไปเรียนอีกครั้งได้ด้วย 4 วิธีดังต่อไปนี้

1. สอนสุขอนามัยในชีวิตประจำวันให้กับลูก

backtoschoolplague_web_1

วิธีเดียวที่คุณพ่อคุณแม่จะป้องกันการติดไวรัสหรือความเจ็บป่วยอื่นๆ ให้กับลูกได้ ก็คือหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับคนที่มีเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก หากเด็กๆ ยังต้องไปโรงเรียนอยู่ แต่วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำได้ก็คือ การสอนเรื่องสุขอนามัยที่ดีให้กับลูก

Dr. Arthur Lavin กุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลเด็ก Akron แนะนำให้อธิบายกับลูกๆ ฟังถึงความสำคัญของสุขอนามัยที่ดี ด้วยการสอนลูกล้างมือก่อนและหลังกินข้าว ล้างมือทุกครั้งหลังใช้ห้องน้ำ รวมไปถึงหลังจากไอจาม สัมผัสประตูลูกบิด ราวจับในที่สาธารณะ เพื่อชะลอการแพร่เชื้อไวรัส หรือการติดเชื้อที่แพร่กระจายผ่านการสัมผัส

แต่สำหรับเด็กเล็กอาจเป็นเรื่องยาก Dr. Dyan Hes ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ที่ Gramercy Pediatrics ในนิวยอร์กซิตี้ จึงแนะนำว่า ควรแนะนำให้ลูกล้างมือด้วยเจลทำความสะอาดเมื่ออยู่ในห้องเรียน รวมไปถึงสอนให้ใช้ปิดปากเมื่อไอหรือจามด้วยแขนแทนการใช้มือ เพื่อลดโอกาสของการกระจายเชื้อไวรัสที่แพร่ได้ทางละอองในอากาศ และลดการนำเชื้อโรคที่ติดมือไปสัมผ้สกับสิ่งของอื่นๆ

2. เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกด้วยการกินให้สมดุล และนอนหลับให้เพียงพอ

backtoschoolplague_web_2

คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างเกราะป้องกันลูกป่วยบ่อยได้ด้วยการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับลูก ด้วยการนอนหลับให้เพียงพอ และกินอาหารให้สมดุล เคล็ดลับง่ายๆ นี้ได้มาจากMichael Lee, กุมารแพทย์ด้านสุขภาพของเด็ก และรองศาสตราจารย์ที่ศูนย์การแพทย์ UT Southwestern

ตามคำแนะนำของ ดร. ลี อธิบายในเบื้องต้นว่า ระบบภูมิคุ้มกันคือสิ่งที่ร่างกายของเราใช้ในการต่อสู้กับการติดเชื้อ เมื่อระบบรักษาความปลอดภัยของร่างกายทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ก็จะทำให้เด็กแข็งแรง ลดโอกาสที่จะทำให้ลูกป่วยบ่อยในโรงเรียนได้

#นอนให้เพียงพอ คือเคล็ดลับแรก เพราะการอดนอนจะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย และทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้น้อยลง ดังนั้นเด็กอนุบาลจึงควรนอนให้ได้ 10-13 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งสามารถรวมเวลางีบหลับที่โรงเรียนได้ วัยประถมอายุ 6-12 ปีควรนอน 9-12 ชั่วโมงต่อวัน และวัยรุ่นควรนอน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน

#กินให้สมดุล หมายถึงการทำให้ลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอและพอดีต่อความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะวิตามินซีจากผักและผลไม้ ที่ช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนต่างๆ ที่มีส่วนช่วยเติมพลังงาน สร้างความกระฉับกระเฉงให้กับเด็กๆ ได้

3. ชวนลูกวิ่งเล่น

backtoschoolplague_web_3

ร่างกายของลูกจะแข็งแรงได้ สุขภาพจิตใจก็ต้องแข็งแรงไม่ต่างกัน สิ่งนี้จะเป็นผู้ช่วยสำคัญที่จะสร้างเกราะป้องกันลูกป่วยบ่อยได้ ด้วยวิธีที่เด็กๆ ชอบมากที่สุด ก็คือ ‘การวิ่งเล่นอย่างอิสระ’

ตามคำแนะนำของ Dr. Dyan Hes ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ที่ Gramercy Pediatrics ในนิวยอร์กซิตี้ เน้นย้ำเรื่องนี้ว่า เด็กๆ ควรได้ออกกำลังกายด้วยการวิ่งเล่นจนหัวเปียก อย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง

การวิ่งเล่นยังเรวมไปถึงเล่นอย่างอิสระ เพื่อสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงของ Dr. Alice Ann Holland นักประสาทวิทยาในเด็ก Pauline Gill Center for Cancer and Blood Disorders at Children’s Health ระบุว่า เด็กต้องการเวลาเล่นเพื่อเรียนรู้เหตุและผล เรียนรู้และค้นพบโลกใบใหม่รอบๆ ตัวของพวกเขา การเล่นที่ได้เรียนรู้นี้ สามารถทำให้เด็กๆ เติบโตอย่างแข็งแรง บรรเทาความเครียด และมีสุขภาพจิตที่ดีได้

4. พิจารณาการฉีควัคซีนเสริมที่จำเป็น

backtoschoolplague_web_4

นอกจากวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้รับแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถพิจารณาวัคซีนเสริม โดยเฉพาะ ‘วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่’ ที่มักจะมาพร้อมกับฤดูฝน ซึ่งตรงกับช่วงเปิดเทอมของเด็กๆ พอดี

เด็กๆ ควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี เนื่องจากเชื้อไข้หวัดใหญ่มักจะมีการกลายพันธุ์ทำให้ภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากการฉีควัคซีนป้องกันแต่ละครั้งมีประสิทธิภาพลดลงทุกปี ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรพาลูกไปฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นการป้องกันและลดโอกาสที่ลูกจะป่วยในช่วงเวลาที่ต้องไปโรงเรียนได้อีกทาง

อ้างอิง
childrens
huffpost
childrens
mayoclinic
childrens
romper

Saranya A.

ศรัญญา อ่าวสมบัติกุล: คุณแม่มือใหม่ ที่มีความตั้งใจเลี้ยงลูกชายตัวน้อยด้วยการยึดโยงธรรมชาติ และความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน คุณแม่คนนี้หลงรักและทำงานด้านการเขียนมากว่า 12 ปี ตอนนี้มีความฝันอยากเป็นนักวาดนิทานเด็ก

COMMENTS ARE OFF THIS POST