READING

เคยไหมที่เผลอดุ ตี หรือทำไม่ดีกับลูก แล้วมาเสียใจท...

เคยไหมที่เผลอดุ ตี หรือทำไม่ดีกับลูก แล้วมาเสียใจทีหลัง มารู้จัก Mindful Parenting กันเถอะ

Mindful Parenting คือการเลี้ยงดูที่ใช้หลักมีสติและการรู้ตัว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องนั่งสมาธิตลอดเวลา แต่การมีสติหมายถึงการรู้ตัวและโฟกัสกับสิ่งตรงหน้า

ฟังดูง่ายใช่ไหม แต่ลองนึกถึงเวลาที่ลูกงอแงอยากได้ของเล่นในห้างฯ ตอนที่เขาไม่ยอมเก็บของเล่นที่กระจายเต็มห้อง ตอนที่ลูกทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียน ถ้าคุณเป็นหนึ่งในพ่อแม่ที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ทีไรเป็นต้องปรี๊ดทุกที วิธี Mindful Parenting อาจช่วยให้คุณรู้สึกสงบ ไม่สติแตก หรือปล่อยไหลไปตามอารมณ์ และสามารถอดทนกับลูกได้มากขึ้น

งานวิจัยหลายชิ้นการันตีว่า คุณพ่อคุณแม่ที่มีสติในการเลี้ยงลูก จะลงโทษลูกน้อยลง ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น ลดความเครียด ความกังวล และความซึมเศร้าให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ และยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของลูกเป็นอย่างยิ่ง

1. ทำไมคุณถึงปรี๊ดแตกได้ง่ายๆ เมื่อลูกทำตัวไม่น่ารัก

MindfulParenting_web_1

ทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมเวลาที่ลูกๆ แสดงอาการต่อต้าน มันถึงทำให้อารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่พุ่งปรี๊ดเอาได้ง่ายๆ

นั่นเป็นเพราะเวลาที่ลูกๆ ทำตัวไม่น่ารัก ก้าวร้าว งอแง สมองของคุณกำลังตีความว่าคุณกำลังถูกคุกคาม และในเวลานั้น สมองส่วนหน้า (Frontal Lobe) ที่ควบคุมเรื่องความคิดเชิงเหตุผลและการตัดสินใจจะทำงานน้อยลง และยกหน้าที่ให้ Limbic System ที่ทำงานเกี่ยวกับสัญชาตญาณและอารมณ์รับผิดชอบแทน จึงไม่แปลกเลย ที่คุณจะตอบสนองลูกโดยใช้อารมณ์เป็นหลัก และแสดงออกมาเป็นความรุนแรงทั้งคำพูด ท่าทาง หรือการลงไม้ลงมือต่อลูก

2. รับมือกับลูกด้วยเทคนิค S.T.O.P.

ลิซา คริง—ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกสติ แนะนำเทคนิคในการควบคุมตัวเอง เมื่อเกิดปัญหากับลูก โดยใช้เทคนิค S.T.O.P.

MindfulParenting_web_2

หยุด (Stop): เมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังจะโต้เถียงหรือใช้อารมณ์กับเด็กๆ หรือสังเกตเห็นความเครียดที่เกิดขึ้นกับตัวเอง สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกเลยคือหยุด และออกมาจากสถานการณ์นั้น อย่าเพิ่งโต้ตอบหรือทำอะไรลงไป

 

สูดลมหายใจ (Take a breath): สูดลมหายใจเข้าและออกช้าๆ จะนับ 1-2 หรือ เข้า-ออก ก็ได้ อยู่กับการรับรู้ลมหายใจสักพัก เมื่อหายใจเข้าออกครบ 5 รอบ ลองสังเกตว่าคุณจะเริ่มสงบขึ้นกว่าเดิม เพราะการหายใจอย่างมีจังหวะ จะสอดคล้องกับการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือดในร่างกาย ขณะเดียวกันก็ทำให้สมองในส่วนสัญชาตญาณสงบลง และสมองส่วนเหตุผลกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

สังเกต (Observe): สังเกตตัวเองและลูกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ร่างกายมีปฏิกิริยาอย่างไร มีอารมณ์อะไรเกิดขึ้น โกรธ ผิดหวัง หรือเสียใจ โดยไม่ตัดสินว่าอารมณ์นั้นไม่ควรหรือเป็นสิ่งที่ไม่ดี เมื่อเราทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา เราจะสามารถรับมือกับอารมณ์นั้นได้ดีขึ้น

 

ไปต่อ (Proceed): แม้ว่าลูกจะทำในสิ่งที่ไม่น่ารัก แต่คุณพ่อคุณแม่ควรมองว่าพฤติกรรมนั้นไม่ใช่ตัวตนของลูกทั้งหมด และเริ่มด้วยการช่วยสะท้อนว่าเขากำลังเกิดอารมณ์อะไรขึ้นบ้าง หรือกำลังต้องการอะไร รวมไปถึงการฟังโดยที่ไม่ตัดสิน แม้ว่าคุณจะไม่เห็นด้วยกับลูกก็ตาม เมื่อลูกรู้สึกว่าคุณเข้าใจ เขาจะรู้สึกดีและไม่ต่อต้านคุณ

3. ฝึกสติในทุกวัน

MindfulParenting_web_3

Mindful Parenting จะทำให้เราอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งเราจะมีสติได้ด้วยการฝึกมันทุกวัน เพื่อทำให้ใจสงบ และหมั่นชำระล้างความคิดที่ไม่มีประโยชน์ออกไป

 

คุณสามารถฝึกด้วยวิธีง่ายๆ 3 วิธีนี้

3.1 นั่งสมาธิ

การนั่งสมาธิเป็นวิธีการฝึกสติที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เพียงสละเวลาวันละ 5-15 นาที หาสถานที่สงบไม่มีสิ่งรบกวน นั่งหลับตาและอยู่กับลมหายใจเข้าออก เมื่อความคิดเริ่มล่องลอยไปถึงเรื่องราวต่างๆ ให้รู้สึกตัวและกลับมาสนใจที่ลมหายใจเข้าออกของตัวเอง

 

3.2 ฝึกสติด้วย Tai Chi

การฝึกไทชิหรือที่บ้านเรามักเรียกว่าไทเก๊ก แม้ว่าจะเป็นศิลปะการต่อสู้แบบจีนโบราณ แต่ก็เป็นรูปแบบของการฝึกสติเช่นกัน เพราะเป็นการอยู่กับตัวเองด้วยการทำท่าทางในจังหวะช้า ประกอบกับการโฟกัสที่ลมหายใจ โดยตัดความคิด ความกังวล และความเครียดออกไป

 

3.3 ฝึกสติด้วยโยคะ

โยคะก็เป็นการฝึกให้สติอยู่กับร่างกายและจิตใจ โดยเคลื่อนไหวไปตามลมหายใจ ช่วยให้เกิดสมาธิ นอกจากจะเป็นการฝึกให้จดจ่ออยู่กับร่างกายและลมหายใจ โดยไม่ต้องไปโฟกัสอยู่ที่ความคิดและความกังวลแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

4. ปรับความคิดว่าคุณทุกคนเป็นพ่อแม่ที่ดีพอ

MindfulParenting_web_4

การเลี้ยงดูลูกสักคนเป็นงานที่ทั้งท้าทาย สนุก และเคร่งเครียด เป็นงานที่ไม่สามารถหยุดได้และไม่มีเวลาสิ้นสุด เรามักไม่ค่อยรู้ตัว ว่าเราพยายามจะเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งทำให้เราพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อลูก และรับไม่ได้เมื่อตัวเองทำอะไรผิดพลาด ทั้งที่พยายามทำให้ดีที่สุดในขณะนั้นแล้ว ความอยากเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ จะทำให้เครียดจนสติแตกกันได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้น การที่คุณพ่อคุณแม่ยอมเป็นคนที่ผิดพลาดได้ ก็จะช่วยให้ลูกเรียนรู้สิ่งนี้เช่นกัน

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยเติมความรัก ความเมตตา การให้อภัยตัวเอง เพราะการจะให้สิ่งดีๆ ต่อลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความรักนั้นต่อตัวเองด้วยเช่นกัน

อ้างอิง
The Asian Parent
Huffington Post
Lifehack

กำลังเรียน ป.โท เกี่ยวกับเด็ก ในสาขาที่ชื่อยาวมากสาขาหนึ่ง ชอบถ่ายรูปเป็นนิสัย และชอบไปเที่ยวในที่ที่มีดอกไม้เป็นพิเศษ มีลูกโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นแมวและกระต่ายอย่างละตัว

RELATED POST